อัศวินเพื่อนซี้

posted on 10 Feb 2012 15:53 by maddogbank  directory Fiction
 
 
 
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีอัศวินรูปงามสองคน
 
 
ที่เป็นเพื่อนซี้กันมานาน  ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่
 
 
กันในทุกสนามรบทั้งสองฝ่าฟันสู่รบจนมาถึงเมืองๆหนึ่ง  
 
 
อัศวินทั้งสองได้ต้องตากับหญิงสาวนางหนึ่ง
 
 
นางมีรูปร่างหน้าตางดงามจนอัศวินทั้งสองตกหลุมรักนางแต่แรกเห็น
 
 
แต่สาวงามมีแค่หนึ่ง  อัศวินทั้งสองจึงต้องตัดสินกันว่าใครจะมีสิทธเข้าไปจีบนางก่อน
 
 
ทั้งสองเลือกวิธีการต่อสู้กันอยู่นาน  
 
 
คั้นจะให้มาประดาบกันเพื่อชิงว่าใครจะมีสิทธิเข้าไปจีบนางก่อนก็คงจะไม่ดีกลัวจะเสียโฉม  
 
 
จึงต้องตัดสินกันแบบผู้ชายชาตรีทั้งสองเลือกจนเหลือวิธีสุดท้ายคือ
 
 
 เป่า ยิ้ง ฉุบ ทั้งสองจึงได้เริ่มตัดสินกันสักที
 
 
ครั้งที่หนึ่ง เป่า....ยิ้ง....ฉุบทั้งสองออกกระดาษทั้งคู่จึงเสมอกัน
 
 
ครั้งที่สองอัศวินทั้งสองหลับตาลุ้น เป่า....ยิ้ง....ฉุบ
 
 
ทั้งสองค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมาช้าๆเหลือบมอง....ออกฆ้อนทั้งคู่
 
 
แล้วก็เป็นเช่นเดิมอีกกว่ายี่สิบครั้ง
 
 
สาวงามนางนั้นที่นั้งดูอัศวินทั้งคู่เป่ายิ้งฉุบอยู่นานเลยตะโกนถามขึ้นมา
 
 
"นี่!!ๆๆท่านอัศวินทั้งสองท่านเป่ายิ้งฉุบแข่งกันทำไมหรือ?"สาวงามถามด้วยความไม่รู้
 
 
อัศวินรูปงามทั้งสองไม่ตอบ  กลับบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย
 
 
จนมีเสียงดังก๊อง..แก๊งจากชุดเกราะที่กระทบกันก่อนมีเสียงหนึ่งสอดขึ้นมา
 
 
"พวกเค้ากำลังตัดสินกันแบบลูกผู้ชายกันอยู่ ถ้าใครชนะก็จะได้เข้าไปจีบเจ้าก่อนไงละแม่นาง"
 
 
ผู้ติดตามของอัศวินทั้งสองพูดแทนอัศวินพร้อมกับยิ้มโชว์ฟันหลอ(เอ๊ะ!!ฟันหลอแล้วจะโชว์อะไร)
 
 
สาวงามพยักหน้าตอบรับแล้วยิ้มตอบแก่ผู้ติดตาม
 
 
"นี่!!นี่!!ท่านอัศวินทั้งสองหยุดเป่ายิ้งฉุบเถอะ ข้ามีผัวแล้ว"  
 
 
"ห๊า!!!!" เสียงอุทานของอัศวินทั้งสองรอดออกมาจากชุดเกราะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

จินตนาการ

posted on 27 Jan 2012 18:24 by maddogbank  directory Fiction
ความวุ่นวายในตลาดยามเช้ากลับกลายเป็นความโกลาหล
 
 
เมื่อมีเสียงปืนดังรัวขึ้น  แป๊ะ!!!ๆๆๆๆๆๆ
 
 
"เห้ย!! อะไรของมึงเนี้ย?"
 
 
"มึงข้องใจอะไร?"ผมหยุดเขียนแล้วหันมามองหน้าเจ้าของเสียง  
 
 
"ก็เสียงปืนมึงนะทำไมมันดังแป๊ะ!!ๆๆๆๆๆๆ"เพื่อนขี้สงสัยของผมถาม
 
 
"มันต้องดังปังๆๆๆๆๆๆถึงจะถูกเอามาๆกูจะเขียนให้ดู"
 
 
เขาพูดพร้อมดึงเอาสมุดกับดินสอมาใว้ตรงหน้าตัวเองพร้อมเขียน
 
 
ความวุ่นวายในตลาดยามเช้ากลับกลายเป็นความโกลาหลเมื่อมีเสียงปืนดังรัวขึ้นปัง!!!ๆๆๆๆๆๆ
 
 
"นี่ ต้องเขียนแบบนี้มันถึงจะถูก" เขาส่งสมุดและปากกาคืนให้ผม
 
 
ผมมองหน้าเค้าก่อนจะลงมือเขียนต่อ
 
 
หลังเสียงปืนนัดสุดท้ายสิ้นสุดลง เสียงร้องแห่งความเจ็บปวดก็เข้ามาแทน อูยย...อูยย
 
 
"เอาอีกแล้วมึง" เสียงเดิมพูดแทรกขึ้นระหว่างที่ผมกำลังเขียน
 
 
"คนอะไรโดนปืนยิงร้องดัง อูยย...อูยย เอามาๆกูจะแก้ให้" หลังพูดจบเข้าก็เอาไปแก้
 
 
"อะนี่ เอาไปดู" เขาพูดพร้อมยื่นสมุดคืนให้ผม
 
 
หลังเสียงปืนนัดสุดท้ายสิ้นสุดลง เสียงร้องแห่งความเจ็บปวดก็เข้ามาแทน โอ้ยยย...โอ้ยยย
 
 
อ่านจบผมส่ายหน้าสองที
 
 
"ส่ายหน้าทำไมว่ะกูเขียนไม่ถูกหรอ?" เพื่อนของผมถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ
 
 
"ไอ้ถูกมันก็ถูกอยู่หรอก" ผมเงยหน้าขึ้นมามองเค้า
 
 
"แล้วมึงส่ายหน้าทำไม?" เพื่อนของผมถามย้ำอีกครั้ง
 
 
"ก็เนี้ย มันเป็นโลกแห่งจินตนาการ" ผมตอบแล้วก็ก้มหน้าลงเขียนต่อ
 
 
ภาพของผู้คนที่นอนเจ็บอยู่บนพื้นจากพิษของกระสุดปืน มีเลือดใหลออกตามร่างกาย ป๊อด...ป๊อด
 
 
 
 
 

กุ้ง..กุ..ลา

posted on 13 Jan 2012 16:33 by maddogbank
เช้าวันหนึ่งกุ้งกุลาตัวน้อยหนีขึ้นมาจากบ่
 
เพื่อหวังจะออกมาพจญภัยในโลกที่แสนกว้างใหญ่ใบโต
 
มันแอบหนีโดยการขึ้นรถขนกุ้งที่กำลังจะเอากุ้งไปขาย
 
ที่ตลาดขายอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก
 
กุ้งน้้อยโดดลงไปในถังดัง....จ๋อม
 
ภายในถังมันได้เห็นกุ้งสายพันธุ์เดียวกันอยู่เต็มถังเบียดเสียด
 
ยัดเยียดแย่งอากาศหายใจที่มาจากท่ออากาศเล็กๆหนึ่งท่อ  
 
กุ้งน้อยรู้สึกได้ัทันทีว่ามันตัวเล็กมากเมื่่อเทียบกับกุ้งวัยหนุ่มที่ตัวอ้วนโตน่ากิน
 
 มีเพียงหนึ่งตัวที่มีเปลือกเหี่ยวย่น มีหนวดเป็นสีขาวดูแก่งัก
 
ท่าทางไม่มีพิษภัยกุ้งน้อยเลยแวกว่ายเข้าไปชิดกุ้งแก่  
 
"ตัวเจ้ายังเล็กอยู่  ใยจึงถูกจับมาขายละ?" กุ้งแก่ถามด้วยน้ำเสียงแหบๆ  
 
"ฉันไม่ได้ถูกจับมาหรอก ฉันหนีออกมาหวังจะออกไปท่องโลก"
 
กุ้งน้อยตอบด้วยน้ำเสียงสดใสไร้เดียงสา
 
"เฮอะๆๆ" กุ้งแก่หัวเราะเบาๆ
 
"เจ้าจะไปท่องโลกได้อย่างไร เจ้าเป็นกุ้ง เจ้าถูกเลี้ยงมาเพื่อเป็นอาหาร
 
เจ้าไม่ได้เกิดมาเพื่อท่องโลก"  กุ้งแก่สบประมาทกุ้งน้อย
 
"ก็ฉันไม่อยากเป็นอาหารหนิ ฉันอยากออกเดินไปตามทางของฉัน"
 
กุ้งน้อยพูดด้วยท่าทีที่ดูมั่นใจ
 
"งั้นก็ขอให้เจ้าโชคดีแล้วกัน เจ้ากุ้งน้อย"
 
กุ้งแก่อวยพรและกล่าวลาก่อนที่ทั้งหมดจะถูกเทลงในบ่อกุ้ง
 
ระหว่างนั้นกุ้งน้อยต้องรีบกระโดดหนีก่อนจะถูกเทลงไปรวมกัน
 
กุ้งน้อยโดดไปเกาะที่ขอบบ่อๆหนึ่ง ในบ่นั้นมีสัตว์ทะเลอยู่มากมายทั้ง
 
ปู  หอย  ปลา  หมึก  และสัตว์ทะเลอีกหลายชนิด  ตัวเล็กบ้างใหญ่บ้าง
 
 กุ้งน้อยเริ่มการพจญภัยครั้งแรกด้วยการโดดลงไปในบ่อนั้น  
 
ว่ายไปมาด้วยความตื่นตาตื่นใจ  ว่ายไปสักพักมันก็เบื่่อ  จึงว่ายไปถามสัตว์ตัวนั้นตัวนี้หลายตัว
 
บ้างก็บอกไม่รู้  บ้างก็ไม่สนใจ บ้างอารมณ์เสียใส่
 
บ้างก็จะไล่กินกุ้งน้อย  จนกุ้งน้อยเริ่มหมดหวังและหมดแรงไม่กล้าที่จะไปถามทางกลับใคร
 
กุ้งน้อยจึงว่ายไปพักเอาแรงที่ซอกหิน และที่นั้นเองมันได้พบกับเต่าทะเลตัวใหญ่ใจดี  
 
เต่าใจดีได้เฝ้ามองดูกุ้งน้อยอยู่นานแล้วจึงเข้าไปถาม
 
"เจ้าจะออกไปท่องโลกหรือ?" เต่าใจดีถาม
 
"ใช่แล้วลุงเต่า แต่ฉันถามใครก็ไม่มีใครบอกฉันเลย" 
 
กุ้งน้อยตอบด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง
 
"ทำไมถึงอยากออกไปท่องโลกล่ะ่ เจ้าไม่กลัวหรือ?"
 
เต่าใจดีถามด้วยความเป็นห่วง
 
"ฉันไม่กลัวหรอถึงอย่างไรฉันก็ต้องตายอยู่ดี ลุงเต่าใจดีรู้ทางออกใหมช่วยบอกฉันที?"
 
" ใจเย็นก่อนเจ้ากุ้งน้อย" เจ้าเต่าพูดพร้อมชี้ให้ดูรอยแผลเป็น
 
ที่เคยถูกฉลามกัดที่ขาและอีกรอยบนกระดองที่เกิดจากใบพัดเรือ
 
"เจ้าเห็นมั้ยว่าโลกภายนอกมันน่ากลัวขนาดใหน"
 
"ฉันไม่สนหรอกถึงอย่างไรฉันก็ต้องตายอยู่ดี" กุ้งน้อยเถียง
 
"แต่เจ้าอายุยังน้อยเจ้ายังไม่ควรตาย" เต่าใจดีเตือนด้วยความเป็นห่วง
 
"ฉันบอกแล้วไงว่าไม่สน บอกฉันมาเถอะถ้าท่านรู้ทางออก"
 
 กุ้งน้อยขยั้นขยอให้เต่าใจดีบอกทางออกแก่ตน
 
"ได้สิ แต่ก่อนที่ข้าจะบอกเจ้าข้าขอถามอะไรเจ้าอย่างนึงได้ใหม?"
 
"ได้" กุ้งน้อยตอบด้วยน้ำเสียงที่มีความหวังว่าจะได้รู้ทางออก  
 
"เจ้าพร้อมหรือยัง?" เต่าใจดีถาม
 
"พร้อมที่สุด" กุ้งน้อยตอบด้วยรอยยิ้ม
 
"งั้น..ข้าจะพาเจ้าออกไปจากบ่อนี้  แล้วทางข้างหน้า เจ้าก็จงเดินไปด้วยความหวัง
 
และความสุข  ขอให้เจ้าปลอดภัยเจ้ากุ้งน้อย"
 
..........................................
 
เต่าใจดีมาส่งกุ้งน้อยถึงที่หมาย  ทั้งสองลาจากกันด้วยท่าทาง
 
ที่บอกความหมายแทนคำพูดลา
 
 
 
 
 
 
 
 
 

edit @ 14 Jan 2012 00:19:19 by ฺBANK500

(ไม่)ก้าวหน้า

posted on 05 Jan 2012 17:24 by maddogbank
"สวัสดีท่านเป็นใคร?"
 
 
 
"ข้าคือนาฬิกาตั้งโต๊ะ" " แล้วเจ้าล่ะเป็นใคร?" นาฬิกาตั้งโต๊ะถามกลับ
 
 
 
"ฉันคือรองเท้าผ้าใบ คู่ใจของเจ้านายฉัน"
 
 
 
"เจ้านายเจ้าเป็นใครกัน รึ?" นาฬิกาตั้งโต๊ะถามอีกครั้ง
 
 
 
"คนที่พาฉันเข้ามา แล้วก็เดินผ่านท่านไปไงล่ะ"
 
 
 
"งั้นเจ้ากับข้าก็มีเจ้านายคนเดียวกัน"
 
 
 
นาฬิกาตั้งโต๊ะกับรองท้าผ้าใบมีเจ้านายคนเดียวกันแต่พวกมันก้ไม่เคยเจอกันมาก่อน
 
 
 
นาฬิกาตั้งโต๊ะจะทำงานของมันอยู่ในบ้านส่วนรองเท้าผ้าใบก็อยู่นอกบ้าน
 
 
 
"ท่านนาฬิกาตั้งโต๊ะ" " แต่ละวันที่ท่านอยู่ในบ้านท่านทำอะไรบ้าง?" รองเท้าผ้าใบถามด้วยความอยากรู้
 
 
 
 
"วันๆ ข้าแทบไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากการเดินวนเป็นวงกลมเพื่อบอกเวลา และบางทีข้าก็ส่งเสียงร้อง
 
 
เพื่่่อเตือนเจ้านาย" นาฬิกาตังโต๊ะบอกถึงหน้าที่ของตนด้วยน้ำเสียงที่เบื่อ
 
 
 
" โอ้!!โฮ!! ท่านบอกเวลาได้ด้วย" รองเท้าผ้าใบทำตาลุกวาว
 
 
 
"ต่างจากฉันยิ่งนักที่มีหน้าที่แค่รองเอาเท้าของเจ้านายไม่ให้โดนพื้น"
 
 
 
"ตามเค้าไปในที่ต่างๆซึ้งมีทั้งที่ๆฉันอยากไปแล้วก็ไม่อยากไป แล้วบางทีเค้าก็ทำให้ฉันตัวเปียกแล้วก็เหม็น
 
 
 
เค้าพาฉันไปโดยที่ฉันไม่มีสิทธิเลือกเลย"
 
 
 
รองเท้าผ้าใบเล่าเรื่องราวของตัวเองที่ ด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนบ่นซะมากกว่า 
 
 
 
"แต่บางทีฉันก็เเอบกัดเค้าคืนบ้าง"
 
 
 
"เจ้ายังดีกว่าข้าเจ้ารองเท้าผ้าใบ"
 
 
 
"เจ้ายังได้ออกไปในที่ต่างๆ ได้เห็นโลกภายนอก ไม่เหมือนข้าที่ต้องอยู่แต่ในบ้าน
 
 
 
เดินวนเป็นวงกลมอยู่ทุกวันไม่มีความก้าวหน้าในงานเลย"
 
 
 
นาฬิกาตั้งโต๊ะพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเศร้า
 
 
 
"แต่หากเจ้านายไม่มีท่านเค้าก็จะไม่รู้ว่าต้องทำอะไรเวลาไหน
 
 
 
และฉันคงไม่ได้ออกไปไหนหากท่านไม่เตือนเค้า" รองเท้าผ้าใบพูดปลอบ
 
 
 
"เจ้าทั้งคู่ต่างก็มีหน้าที่ที่ต่างกัน" "อย่าน้อยใจในหน้าที่ของตัวเองไปเลย" เสียงหนึ่งพูดแทรกขึ้นมา
 
 
 
"จริงของท่าน" นาฬิกาตั้งโต๊ะและรองเท้าผ้าใบพูดขึ้นพร้อมกัน
 
 
 
"แล้วท่านเป็นใคร?"นาฬิกาตั้งโต๊ะและรองเท้าผ้าใบถามพร้อมกัน 
 
 
 
 
 
 
 
 

edit @ 5 Jan 2012 18:14:47 by ฺBANK500

ดินสอกับยางลบ

posted on 20 Dec 2011 17:37 by maddogbank
        ดินสอกับยางลบเป็นคู่กัดกันมายาวนานมากแล้ว
 
 
ดินสอเกิดขึ้นมาเพื่อขีดเขียนส่วนยางลบก็เกิดมาเพื่อลบสิ่งที่ดินสอขีดเขียน
 
 
วันหนึ่งดินสอเกิดไม่พอใจในสิ่งที่ยางลบทำ  จึงเข้าไปต่อว่ายางลบ
 
 
"นี่!  ที่แกคอยลบสิ่งที่ฉันขีดเขียนไปน่ะ  แกได้อ่านดูบ้างใหม?" ดินสอถามด้วยความข้องใจ
 
 
"อ่าน...แต่ฉันมีสิทธิ์ที่จะลบมันเพราะฉันเป็นยางลบ"ยางลบตอกกลับด้วยหน้าที่
 
 
"แล้วแกจะไม่ถามฉันก่อนที่แกจะลบ?"
 
 
"ฉันตั้งใจที่จะเขียนทุกสิ่งทุกอย่างออกมาด้วยใจและอยากให้ทุกคนอ่าน นายทำแบบนี้ได้ยังไง?"
 
 
ดินสอพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ
 
 
"ฉันมีสิทธิ์ที่จะลบมันเพราะฉันเป็นยางลบ" ยางลบตอบเหมือนเดิมอีกครั้ง
 
 
"แกไม่ใว้หน้าฉันเลยนะ แกรู้มั้ยว่าฉันเกิดก่อน" ดินสอโมโหและเอาอายุที่มากกว่าข่ม
 
 
"ถ้าไม่ลบแล้วจะให้ฉันทำอะไร?"
 
 
"ฉันเขียนเหมือนแกไม่ได้ ฉันทำได้เพียงลบสิ่งที่แกเขียนผิด"ยางลบเอาหน้าที่ของตนมาอ้าง
 
 
"ฉันไม่สนใจหรอก" "ฉันมีอายุมากกว่า ฉันจะเขียนถูกหรือผิดก็ควรจะถามฉันก่อน"ดินสอเอาอายุข่มอีกครั้ง
 
 
"แต่ฉันก็ลบแค่สิ่งที่แกเขียนผิด""แกรู้มั้ยว่าคนอ่านเค้าไม่สนว่าฉันจะลบอะไรออกบ้าง"
 
 
"เค้าสนใจแต่สิ่งที่แกเขียนเท่านั้น" ยางลบตอบด้วยน้ำเสียงที่น้อยใจ
 
 
...............................................................
 
 
ทั้งสองเงียบไปพักใหญ่  ก่อนดินสอจะพูดขึ้นมา 
 
 
"ฉันขอโทษ"  ดินสอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นคลอพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบเต็มหน้า
 
 
"ไม่เป็นไร" "เพราะถ้าฉันไม่มีแกฉันก็ไม่รู้จะไปทำอะไร" 

edit @ 20 Dec 2011 18:23:18 by maddogbank

" เธอ "

posted on 07 Dec 2011 14:37 by maddogbank
1           เธอยืนอยู่หน้าชั้นเรียนกำลังสอนและพูดกับนักเรียนที่อยู่ภายในห้อง
   
         
 
สายตาของเธอมองไปรอบๆห้อง    ภายในแววตาของเธอซึ่ง
   
        
 
เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังให้นักเรียนได้รับความรู้จากสิ่งที่เธอ
   
            
 
กำลังพูดด้วยน้ำเสียงที่มีความหนักเบาฟังแล้วรู้สึกได้ถึงความ
   
            
 
ไพเราะของถ้อยคำที่เธอเปล่งออกมาแม้ไม่ใช่คำที่หวานแต่มัน
   
             
 
เป็นคำสอนที่น่าฟังที่สุดเท่าที่เคยใด้ยินมาในชีวิต
 
 
 
 
2              ผมนั้งเฝ้ามองเธอจากหลังห้องดดยแถบไม่กระพิบตา มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้เจอเธอ
 
 
 
แต่ใบหน้าของเธอยังคงอยู่ในใจผมแม้เธอเดินออกจากห้องเรียนไปแล้ว
 
 
 
ในขณะที่สอนสายตาของเธอยังคงมองไปรอบๆห้องไม่รู้ว่าเธอมองเห็นอะไร
 
 
 
และมองเห็นใครบ้าง เธออาจจะมองเห็นคนที่นั้งตั้งใจฟัง นั้งหลับ
 
 
 
หรืออาจจะมองเห็นผมที่ก้มหน้าเขียนตัวหนังสือลงบนกระดาษแผ่นนี้อยู่
 
 
 
 
3           ผมไม่รู้ว่าสายตาของเธอมองใคร แต่ผมรู้ว่าสายตาของผมมอง "เธอ"
 
               .........................................................